ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนในเด็กไม่ใช่แค่เรื่องของรูปลักษณ์ แต่เป็นภัยคุกคามสุขภาพในระยะยาวของลูก หลายครั้งพ่อแม่มองข้ามโดยคิดว่า ลูกโตขึ้นเดี๋ยวร่างกายก็ค่อย ๆ ปรับโครงสร้าง แต่ความจริงคือไขมันที่สะสมตั้งแต่เด็กไม่ได้หายไปง่าย ๆ และอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังที่มักพบในผู้ใหญ่ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง การป้องกันภาวะอ้วนในเด็กจึงต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรม และการเสริมโภชนาการที่ถูกต้องเพื่อควบคุมการสะสมไขมัน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างสุขภาพระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับภาวะอ้วนในเด็ก – ภาวะดื้ออินซูลินและเบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันส่วนเกินกระตุ้นให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคเบาหวานในเด็ก – ภาวะอักเสบเรื้อรัง เซลล์ไขมันที่สะสมมากเกินไปจะหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นรากฐานของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทุกชนิด – ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ภาวะอ้วนทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ส่งผลให้ ป่วยง่าย และตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เต็มที่ – ปัญหาด้านอารมณ์และสมาธิ ภาวะอักเสบและน้ำหนักตัวที่มากอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับและการทำงานของสมอง ทำให้เด็ก หงุดหงิดง่าย และสมาธิสั้นลง นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้ลูกเผชิญกับความไม่มั่นใจในรูปร่าง เพราะอาจจะโดนล้อเลียนแต่เด็กได้ด้วย จัดการไขมัน เสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงสมอง 1. ปรับโภชนาการให้ลูก โดยการปรับพฤติกรรมการทานอาหารของลูก พ่อแม่ต้องเลิกให้ลูกทานอาหารที่ชอบเพื่อที่จะทานได้เยอะขึ้น แต่เลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ โดยเลือกอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ลูกได้ารอาหารที่ครบภ้วน 2. เพิ่มไขมันดีที่จำเป็นต่อสมองอย่างโอเมก้า […]
อากาศเปลี่ยนแปลง พ่อแม่อย่าชะล่าใจ อาจทำให้ลูกภูมิต่ำลง
ในช่วงที่อากาศนั้นเปลี่ยนแปลง สิ่งที่พ่อแม่ควรระวังมากที่สุดคือภูมิคุ้มกันของลูกน้อย เพราะร่างกายของเด็กเล็กยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ เมื่อเจอสภาพอากาศแปรปรวนบ่อย ๆ ร่างกายอาจจะอ่อนแอลงและเสี่ยงป่วยง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมที่ลูกต้องอยู่ในห้องเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กกับเพื่อนหลายคน โอกาสติดเชื้อไวรัสหรือหวัดจากผู้อื่นก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก สัญญาณที่บอกว่าลูกภูมิต่ำลง – เป็นหวัดบ่อย หายช้า – มีน้ำมูกหรือไอบ่อย – นอนหลับไม่สนิท เบื่ออาหาร – ดูเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอคือประตูสู่โรคต่าง ๆ ที่เด็กสามารถป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำไมเด็กเล็กถึงมีภูมิต่ำง่ายกว่า? ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กจะค่อย ๆ พัฒนาไปตามอายุ โดยเฉพาะในช่วง 1–6 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายยังเรียนรู้การป้องกันเชื้อโรคใหม่ ๆ ทุกวัน ดังนั้นเมื่อเจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น ฝุ่น PM2.5 ช่วงมรสุม หรืออุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานหนักขึ้น หากลูกได้รับสารอาหารไม่ครบหรือพักผ่อนไม่พอ ภูมิต้านทานก็อาจจะลดลงทันที ผลที่ตามมาที่อาจเกิดขึ้นคือ เด็กจะป่วยง่าย และบางรายอาจมีการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกาย เช่น ภูมิแพ้ ไซนัส หรือระบบทางเดินหายใจอ่อนแอ วิธีดูแลลูกให้มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงในช่วงอากาศเปลี่ยน 1. […]
ระวังโรคติดต่อจากโรงเรียน ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดู อากาศที่แปรปรวนทั้งร้อน ฝน และเย็นในวันเดียวกัน ส่งผลให้เด็ก ๆ ปรับตัวไม่ทัน จนภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็ก ที่มีการรวมกลุ่มและใกล้ชิดกัน จึงเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคได้อย่างรวดเร็ว โรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กช่วงเปลี่ยนฤดู – ไข้หวัดใหญ่ มีอาการไข้สูง ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ติดต่อผ่านการไอจาม – โรคมือ เท้า ปาก มีตุ่มน้ำใสในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ทำให้เจ็บปาก กินอาหารยาก – โรคอีสุกอีใส มีไข้และผื่นตุ่มน้ำใสทั่วร่างกาย ติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัส – ท้องร่วงจากไวรัส (โรต้าไวรัส) ถ่ายเหลว อาเจียน เสี่ยงขาดน้ำ – ตาแดง (เยื่อบุตาอักเสบ) ตาแดง เคืองตา มีขี้ตามาก ติดต่อผ่านการสัมผัส วิธีป้องกันลูกจากโรคติดต่อในโรงเรียน • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ • […]










