เมื่อลูกดื่มน้ำน้อยเกินไป เสี่ยงอะไรบ้าง?

ดื่มน้ำน้อย

น้ำไม่ใช่แค่เครื่องดื่มดับกระหาย แต่เป็นสิ่งจำเป็น ที่ช่วยให้ร่างกายของลูกทำงานได้ตามปกติ เพราะกว่า 70% ของร่างกายเด็กเล็กมีน้ำเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่เลือด สมอง ปอด ไปจนถึงผิวหนังและระบบย่อยอาหาร

เด็กจำนวนไม่น้อยดื่มน้ำได้น้อยเกินไป โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็นหรือช่วงที่อยู่ในห้องแอร์ ซึ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำโดยไม่รู้ตัว คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจคิดว่าไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้ว ภาวะขาดน้ำในเด็ก (Dehydration) แม้เพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกายและพัฒนาการของลูกได้มากกว่าที่คิด

 

เมื่อลูกดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่างกายอาจจะเกิดอะไรขึ้น?

1. ระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติ

น้ำมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีและขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อดื่มน้ำไม่เพียงพอ อุจจาระจะมีลักษณะแข็ง ทำให้ท้องผูกและอาจเกิดการอักเสบในลำไส้ได้

2. เลือดข้น ระบบไหลเวียนทำงานหนัก

น้ำช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกและส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากขาดน้ำ เลือดจะข้นขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และร่างกายจะอ่อนเพลียง่าย

3. สมองทำงานช้าลง

สมองของเด็กเล็กมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 80% การดื่มน้ำน้อยทำให้สมองขาดสมดุล ส่งผลให้สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน และเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะในช่วงเรียนหรือทำกิจกรรม

4. ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การขาดน้ำอาจมีส่วนทำให้ระบบการลำเลียงสารอาหารและการกำจัดของเสียในร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันลดลง เด็กจึงมีโอกาสป่วยง่าย โดยเฉพาะจากไวรัสและแบคทีเรียในอากาศ

5. เสี่ยงติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะจะเข้มข้นและเป็นกรดมากขึ้น ทำให้แบคทีเรียเติบโตง่าย เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะในเด็กผู้หญิง

 

เด็กควรดื่มน้ำวันละเท่าไร?

ปริมาณน้ำที่แนะนำจะแตกต่างกันตามอายุของเด็ก

ช่วงอายุ และปริมาณน้ำที่ควรได้รับต่อวัน

เด็กอายุ 1–3 ปี ควรทานน้ำประมาณ 4–5 แก้ว (600–800 มิลลิลิตร)

เด็กอายุ 4–8 ปี ควรทานน้ำประมาณ 5–7 แก้ว (800–1,000 มิลลิลิตร)

เด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป ควรทานน้ำประมาณ 8 แก้ว หรือเทียบเท่าผู้ใหญ่

 

เคล็ดลับง่าย ๆ ให้ลูกดื่มน้ำให้เพียงพอ

1. ใช้ขวดน้ำส่วนตัวของลูกพร้อมลวดลายน่ารัก จะช่วยกระตุ้นให้ดื่มน้ำบ่อยขึ้น

2. หลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือเครื่องดื่มอัดลม (หรือน้ำที่มีน้ำตาลสูง) เพราะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น

3. ฝึกให้ลูกดื่มน้ำเป็นนิสัย เช่น ตั้งเวลาให้ดื่มน้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือดื่มน้ำก่อน หลังเล่นสนุก

4. เสริมสารอาหารที่ช่วยภูมิคุ้มกัน อย่างสารสกัดสำหรับสำหรับเด็กที่มีส่วนผสมของ เบต้ากลูแคน, GOS, เอลเดอร์เบอร์รี และอะเซโรลา เชอร์รี เพื่อให้ลูกได้รับประโยชน์ครบ ทั้งการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันและการลดการอักเสบ

 

นอกจากการให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอในทุก ๆ วันแล้ว การดื่มน้ำโดยเฉพาะน้ำเปล่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อพัฒนาการของลูกในทุก ๆ ด้าน พ่อแม่ไม่ควรละเลย เพราะอาจจะทำให้เด็กเสี่ยงที่จะเผชิญกับหลาย ๆ ภาวะได้ หากพ่อแม่ท่านใดสนใจสารสกัดที่ช่วยให้ลูกได้เสริมพัฒนาการอย่างรอบด้าน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Inbox m.me/yourofficialthailand หรือ Line : @Yourthailand

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

TOP