เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนโดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่มีความกังวลกลัวว่าลูกจะไม่สบาย ติดเชื้อ หรือเป็นโรคต่าง ๆ เพราะภูมิคุ้มกันของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กมีความเปราะบางและไว้แต่สิ่งเร้าเหล่านี้อย่างมาก สิ่งสำคัญสำหรับเด็กที่พ่อแม่ควรรู้การสร้างภูมิให้กับลูกในวัยนี้คือการรักษาสมดุลให้ร่างกาย ไม่ว่าจะทั้งร่างกายและจิตใจต้องสอดประสานกันไป ลูกจึงจะมีพัฒนาการด้านภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงครับ มาดูว่ามีวิธีอย่างไรบ้าง? 1. แม่มีส่วนสำคัญอย่างมาก น้ำนมแม่นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารชั้นสำหรับทารกดีแล้ว ยังส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กในช่วงต่อมาด้วย เพราะจะเป็นการสร้างโครงสร้างที่ดีให้กับกลไกของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานในเรื่องระบบขับถ่าย ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายของเด็กสร้างภูมิขึ้นมาอีกด้วย คุณแม่จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการวางรากฐานตรงนี้ หากเด็กที่โตมาหน่อยสามารถให้รับประทานสารสกัด GOS ที่เป็นพรีไบโอติกส์ช่วยเรื่องการขับถ่ายได้ เพราะหากร่างกายมีจุลินทรีย์ที่สมดุล ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันของเด็กแข็งแรงได้มากขึ้น 2. ความเอาใจใส่และการแสดงความรักของพ่อแม่ การแสดงออกทางความรักและการเอาใจใส่ถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเด็ก เพราะพ่อแม่เปรียบเสมือนชีวิตของพวกเขา เขาจะมอบความสำคัญให้พ่อแม่มากที่สุด ฉะนั้นในช่วงเวลานี้ความเป็นครอบครัวจะเหนียวแน่นมาก การแสดงออกถึงความรักและการเอาใจใส่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้สุขภาพจิตของเด็กแข็งแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นด้วย 3. การให้รับประทานอาหารที่เหมาะสมตามวัย อาหารนับเป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของเด็ก การให้ลูกรับประทานอาหารตามโภชนาการที่ควรได้รับสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้ดี โดยเฉพาะสารสกัดจากผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี หรือ สารสกัดจากอะเชลา เชอร์รี จะช่วยป้องกันเด็ก ๆ จากการเป็นหวัด ลดอาการไอ และช่วยละลายเสมหะ หากลูกป่วยก็จะมีโอกาสหายเร็วขึ้น สิ่งสำคัญคือการได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ เพื่อไปเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตอีกด้วย 4. ดูแลพัฒนาการด้านสมาธิและการเรียนรู้ […]
อย่าละเลยปัญหา “ลูกนอนหลับยาก” เพราะส่งผลต่อสมองและพัฒนาการ
พ่อแม่คนไหนเคยประสบปัญหาลูกนอนหลับยากบ้างครับ? ไม่ว่าจะเล่านิทานก็แล้ว ให้ดูการ์ตูนก็แล้ว วิ่งเล่นก็แล้ว ก็ยังมีพลังล้นเปี่ยมและไม่ยอมนอน ซึ่งเป็นปัญหาหนักใจให้พ่อแม่พอสมควรเลยทีเดียว เพราะพ่อแม่ก็เหนื่อยมากขึ้น และกังวลที่ลูกจะมีความผิดปกติ ลูกจะป่วย และไม่สามารถตื่นไปโรงเรียนหรือทำกิจกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ชวนพ่อแม่แก้ปัญหาลูกหลับยาก และตัวช่วยให้ลูกนอนหลับสนิทกันครับ การนอนหลับยากในเด็กเกิดจากอะไรได้บ้าง? 1. สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมในการนอน อาจจะเกิดจากสภาพอากาศภายในห้องที่ร้อน อบอ้าว หรืออากาศที่เย็นจนเกิด อาจจะทำให้เด็กหายใจลำบาก ห้องมีแสงสว่างมากจนเกิดไป มีเสียงดังภายนอกรบกวน จึงทำให้พวกเขาหลับมากยิ่งขึ้น อีกเรื่องหนึ่งคือหากเด็กนอนกับพ่อแม่แล้วเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูโทรทัศน์ภายในห้องนอน ก็อาจจะส่งผลกระทบให้ลูกหลับยากได้เช่นกัน 2. ความเจ็บป่วย หากลูกมีอาการป่วยก็อาจจะทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายตัว และรบกวนการนอนหลับได้ ซึ่งเด็กไม่สามารถบอกพ่อแม่ได้ว่าตัวเองเจ็บป่วยตรงไหน เป็นหน้าที่พ่อแม่ที่จะต้องสังเกตความผิดปกติของลูกในทุก ๆ วัน เช่น เป็นไข้ ปวดฟัน ปวดท้อง ปวดศีรษะ อาการเหล่านี้เด็ก ๆ อาจจะไม่สามารถอธิบายความเจ็บปวดได้ และเป็นเหตุให้พวกเขานอนไม่หลับก็เป็นได้ 3. หิว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ สิ่งที่ทำให้พวกเขานอนหลับยากอาจจะเพราะดื่มนมไม่พอ ทำให้หิวได้ สำหรับเด็กโตก็เช่นกัน บางทีหิวแต่ไม่กล้าบอกพ่อแม่เพราะกลัวโดนดุ และความหิวก็ทำให้ลูกนอนไม่หลับ พ่อแม่ต้องสังเกตและแน่ใจว่าลูกรับประทานอาหารอย่างเพียงพอในมื้อเย็นก่อนนอน การนอนหลับยากส่งผลต่อเด็กอย่างไร? สำหรับเด็กแล้วการนอนถือเป็นสิ่งสำคัญมาก มีการศึกษาว่าหากเด็กนอนไม่พออาจจะส่งผลต่อโกรทฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต […]
ชวนสังเกต “ลูกภูมิคุ้มกันตก” มีอาการและจะดูแลลูกอย่างไร?
เวลาลูกป่วยทีไรคนเป็นพ่อแม่รู้สึกแย่ยิ่งกว่าป่วยเอง นั่นเพราะความเป็นห่วงและกลัวว่าลูกจะมีอาการรุนแรง หากเลือกได้ก็ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกเจ็บป่วยจริงไหมครับ? ส่วนหนึ่งก็เพราะเด็กยังมีความเปราะบางทางภูมิคุ้มกัน เพราะระบบร่างกายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ จึงทำให้เวลาป่วยพ่อแม่จะกังวล เพราะมีโอกาสที่จะป่วยหนักได้แม้จะเป็นโรคธรรมดาอย่างไข้หวัดก็ตาม วันนี้ชวนพ่อแม่ป้องกันลูกภูมิตกและป่วยง่ายกันครับ ภูมิคุ้มกันตกในเด็กเกิดจากอะไรได้บ้าง? กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันของเด็กจะเกิดขึ้นตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์ โดยได้รับแอนติบอดีจากแม่ ซึ่งหากแม่แข็งแรงมากแอนติบอดีที่ทารกจะได้รับไปก็จะยิ่งแข็งแรงตามไปด้วย ซึ่งพอเด็กคลอดภูมิคุ้มกันก็จะถูกส่งผ่านน้ำนมแม่หากแม่สามารถให้นมลูกได้ร่างกายของเด็กก็จะค่อย ๆ สร้างกลไกของระบบภูมิคุ้มกัน แต่ระหว่างนี้พ่อแม่ก็จะต้องพาไปรับวัคซีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรู้จักกับเชื้อโรคและสร้างระบบภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับการดูแลเลี้ยงดู อาหาร การนอนหลับ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย ความเครียดของเด็ก เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เด็กภูมิตกได้ทั้งนั้น ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัด เช่น เวลาเด็กตากฝน การโดนละอองฝนเล็กน้อยอาจจะทำให้เด็กเป็นหวัดหรือเป็นไข้ได้ สาเหตุมาจากร่างกายของพวกเขายังไม่สามารถปรับเปลี่ยนอุณหภูมิร่างกายได้ทัน เมื่อโดนอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจจะทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ทันท่วงที และไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็อาจจะป่วยได้ หรือช่วงเวลาที่เด็กมีความเครียด จากภาวะกดดันจากการเรียน การเข้าสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว สภาพจิตใจอ่อนแอก็อาจจะทำให้พวกเขานอนหลับได้ไม่สนิท จนสะสมแล้วป่วยได้ในที่สุด ความเปราะบางของวัยเด็กภูมิคุ้มกันจึงเป็นสิ่งที่มีค่าและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตอย่างมาก เราจะสังเกตลูกว่าภูมิคุ้มกันตกได้อย่างไร? ปัจจุบันมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถตรวจภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ โดยค้นหาค่าลิมโฟไซต์ ซึ่งระดับปกติจะอยู่ที่ 1,000 – 4,800 ลิมโฟไซต์ ต่อปริมาณเลือดทุก ๆ 1 ไมโครลิตร ส่วนในเด็กนั้นจะมีลิมโฟไซต์อยู่ระหว่าง 3,000 ถึง 9,500 ลิมโฟไซต์ ต่อปริมาณเลือดทุกๆ 1 […]










