หลายคนมักเข้าใจว่าไขมันคือสิ่งที่บ่งบอกความอ้วนของเรา นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วไขมันมีหลายประเภท และไม่จำเป็นต้องอ้วนก็มีไขมันในร่างกายได้เช่นกันครับ ถ้าหากใครไขมันสูงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไขมันสูงในร่างกาย วันนี้จึงมาแนะนำผักและผลไม้ที่ช่วยควบคุมและลดไขมันกันครับ ทำความรู้จักกับไขมันแต่ละประเภทกันก่อน 1. คอเลสเตอรอล คือ ไขมันที่ร่างกายสังเคราะห์เองได้ ถือเป็นไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากมีมากเกินไปอาจจะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยคอเลสเตอรอลแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ – ไขมันดี (HDL) ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลที่สะสมตามหลอดเลือดไปทำลายที่ตับ การมีไขมันดีในร่างกายสูงจะช่วยลดการเป็นโรคต่าง ๆ ได้ด้วย – ไขมันไม่ดี (LDL) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ไขมันเลว เป็นคอเลสเตอรอลที่ถ้ามีสะสมในร่างกายจำนวนมากจะไปเกาะตามหนังหลอดเลือด และเกิดการอุดตันได้ ไม่ควรมีไขมันชนิดนี้สะสมในร่างกายเพราะจะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ 2. ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันที่ตับสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย โดยได้รับจากการรับประทานอาหารประเภทที่ให้พลังงาน และไม่ควรมีไขมันชนิดนี้สูงเกินไป เพราะนั่นหมายถึงตับกำลังทำงานหนักครับ ผักผลไม้ที่ช่วยลดไขมันในหลอดเลือดที่แนะนำ – กระเจี๊ยบเขียว อุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่สามารถเข้าไปช่วยลดไขมันในเลือดเราได้ โดยเมือกกระเจี๊ยบที่เรารับประทานเข้าไปจะไปช่วยย่อย และช่วยลดการดูดซึมไขมันและน้ำตาลอีกด้วย ทั้งยังช่วยไปลดไขมันส่วนเกินที่อยู่ในกระแสเลือดของเรา และช่วยเรื่องขับถ่ายให้ดีขึ้น – ทับทิม เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก […]
เหตุผลที่ฮอร์ธอร์นเหมาะกับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน
รายงานในปี 2562 ไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานกว่า 4.8 ล้านคน ซึ่งกว่าครึ่งในจำนวนนี้เข้าไม่ถึงการรักษา ทำให้ผู้สถิติการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นมาก โดยพบโรคนี้ในวัยกลางคน และมีอาการของโรครุนแรงโดยเฉพาะในวัยรุ่นรวมถึงเด็ก นับเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างมาก วันนี้จึงมาแนะนำสารสกัดจากฮอร์ธอร์นที่เหมาะกับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานครับ ฮอร์ธอร์นสารสกัดจากพืชที่ดูแลหัวใจผู้คนมายาวนาน ฮอร์ธอร์น (Hawthorn) เป็นพืชตระกูลเบอร์รี มีถิ่นกำเนิดกระจายตามทวีปยุโรป เอเชีย แอฟริกาเหนือ และอเมริกาเหนือ โลกของเรารู้จักกับฮอร์ธอร์นมานานกว่าหนึ่งศตวรรษได้แล้ว โดยเมื่อศตวรรษที่ 18 มีหมอชาวอเมริกันนำมาใช้เป็นยาเพื่อรักษาความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือดและทางเดินหายใจ และนำมาใช้เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ โดยใช้ส่วนใบและดอกมาทำเป็นยา มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าฮอร์ธอร์นอาจได้ผลเมื่อใช้ในการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลวเล็กน้อยถึงปานกลางได้อีกด้วย ฮอร์ธอร์นและการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ฮอร์ธอร์นสามารถช่วยเรื่องการเผาผลาญ และรักษาสมดุลเมแทบอลิซึมให้ร่างกายได้ดี ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลและรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยขยายหลอดเลือดให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดี ลดความเสี่ยงที่ผนังหัวใจจะหนาขึ้น และยังช่วยลดความรุนแรงหากในอนาคตป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวเนื่องกับหัวใจได้ด้วย นอกจากนี้มีการศึกษามากมายที่ชี้ให้เห็นว่าฮอร์ธอร์นมีส่วนในการบำรุงและดูแลหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะการป้องกันหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการใช้ฮอร์ธอร์นในช่วยในการดูแลสุขภาพของผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ทำให้สามารถประเมินอาการและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ และอาจจะนำไปสู่การออกแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อลดความเหนื่อยล้า และให้เหมาะกับคนที่เป็นโรคหัวใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นในฮอร์ธอร์นยังพบสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น บำรุงให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผมสลวยเงางาม ทั้งยังสามารถป้องกันโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ด้วย เริ่มทานฮอร์ธอร์นยิ่งเร็ว ยิ่งได้ดูแลสุขภาพล่วงหน้า อย่างที่กล่าวไปว่าฮอร์ธอร์นอกจากจะช่วยดูแลโรคเบาหวานได้ดี ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย หากรับประทานตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ต้องรอให้ป่วยเป็นโรคเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะไม่ต้องป่วยเลยก็ได้ หรือหากที่ต้องเป็นโรคเหล่านี้จริง ๆ ก็อาจจะลดความเสี่ยงที่จะอาการหนักและยังสามารถใช้ชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ […]
ดูแลหลอดเลือดสมอง ไม่ให้ตีบ-ตัน ก่อนสายเกิน
หากพูดถึงโรคหลอดเลือดสมองหลายคนอาจจะรู้สึกไกลตัว แต่ถ้าที่บ้านใครมีผู้สูงอายุอยากให้ศึกษาโรคนี้ไว้ครับ เพราะผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงที่จะป่วยโรคนี้มากขึ้น และความน่ากังวลคือไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนหรืออาการที่บ่งบอกแน่ชัดจนสามารถสังเกตได้ รู้จักโรคสมองตีบ-ตันให้มากขึ้น โรคสมองตีบ-ตัน หรือ ที่หลายคนรู้จักในอีกชื่อคือ Ischemic Stroke เป็นภาวะสมองขาดออกซิเจนและเลือด เกิดจากผนังหลอดเลือดหนาจากการที่ไขมันไปสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งหากผนังหลอดเลือดหนาขึ้นก็จะทำให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงสมองได้ เกิดความเสียหายต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ ซึ่งในบางรายอาจจะทำให้กลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะชาครึ่งซีก ตามองไม่เห็น แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาและวินิจฉัยทันท่วงทีก็อาจจะลดความเสียหายดังกล่าวได้ สถิติที่น่าเป็นกังวลของโรคสมองตีบ-ตัน ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในอนาคตอาจจะมีผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคสมองตีบ-ตันมากขึ้น โดยพบกว่า 1 ใน 4 ของประชาชนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าผู้สูงอายุที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมีโอกาสที่จะเป็นอัมพฤษ์หรืออัมพาตจากการที่ไปโรงพยาบาลไม่ทันมีจำนวนมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดโรคนี้กับผู้คนในสังคมมากขึ้นคือพฤติกรรมการบริโภคอาหาร สภาวะความเครียด และการละเลยการดูแลสุขภาพ สาเหตุของการเกิดหลอดเลือดสมองตีบ-ตัน – ไขมันสะสมตามผนังหลอดเลือดจำนวนมาก ทำให้หลอดเลือดแคบ ขาดความยืดหยุ่น เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ – เกิดลิ่มเลือดขนาดเล็กลอยไปเกาะตามผนังหัวใจและลิ้นหัวใจ ลอยไปตามกระแสเลือดจนไปอุดตันที่สมอง – […]










