แม้ว่าโรคมะเร็งจะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ แต่มะเร็งเต้านมถือเป็นภัยคุกคามที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเผชิญ ทั้งยังเป็นชนิดมะเร็งที่พบได้บ่อยเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงทั่วโลกและในไทยเองด้วย สถิติการเสียชีวิตยังต้องเฝ้าระวัง แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถป้องกันและลดเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้คือการสร้างภูมิกันของร่างกายให้แข็งแรงสม่ำเสมอ เพราะนี่จะเป็นอีกวิธีที่สามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ ทำไมมะเร็งเต้านมถึงเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ปัจจัยในการเกิดโรคมะเร็งมีหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม อาหารการกิน การป่วยเป็นโรคที่นำไปสู่โรคมะเร็ง พฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่าล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง เพราะไปกระตุ้นให้เซลล์ทำงานผิดพลาดจะกลายพันธุ์เป็นเซลล์ร้ายในร่างกาย และค่อย ๆ ขยายเซลล์จนลุกลามไปยังอวัยวะต่าง ๆ จนส่งผลให้อวัยวะและร่างกายทำงานผิดพลาดและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในที่สุด มีการศึกษาว่าหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้เซลล์ที่ทำงานผิดพลาดไม่กลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง คือ ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง นั่นเพราะหากเกิดความผิดปกติที่เซลล์ใดเซลล์หนึ่ง หากเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบ ก็จะสามารถทำลายเซลล์นั้นได้ก่อนที่จะกลายพันธุ์ไปเป็นมะเร็ง ซึ่งกลายมาเป็นนวัตกรรมใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ทั้งได้ถูกนำมารักษาผู้ป่วยโรคนี้ และมีแนวโน้มในการรักษาค่อนข้างดีอีกด้วย การรักษาโรคมะเร็งเต้านมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด นวัตกรรมการรักษามะเร็งเต้านมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด มีหลักการคือใช้เซลล์ของร่างกายหรือเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันของตัวผู้ป่วยเองเป็นตัวควบคุมในการกำจัดเซลล์มะเร็ง ซึ่งหลังจากได้รับการรักษาผู้ป่วยจะได้รับผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาแบบเดิมที่ใช้เคมีหรือฉายแสง เพราะเซลล์ในร่างกายใกล้เคียงถูกทำลายไปด้วย วิธีนี้ผู้ป่วยจะต้องมีการดูแลตัวเองอย่างดี เพราะต้องดูแลระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สามารถต่อสู้กับโรคได้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย “เบต้ากลูแคน” ที่มีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ได้ประสิทธิภาพต้องประกอบไปด้วย การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ พฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ลดเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงอย่างสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่ด้วยปัจจัยปัจจุบันอาจจะทำให้ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ดี ตัวช่วยหนึ่งคือการรับประทานสารสกัดจากเบต้ากลูแคน โดยเฉพาะเบต้ากลูแคนที่สกัดมาจากผนังเซลล์ของยีสต์ Saccharomyces Cerevisiae ซึ่งเป็นสารสกัดที่ได้ชื่อว่าสามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสะดวกและปลอดภัย เลือกเป็นเบต้ากลูแคนที่มีความบริสุทธิ์ ชนิดเบต้า 1,3/1,6 D-กลูแคน […]
โรคเบาหวานและการเสริมภูมิคุ้มกันเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
เชื่อว่าหลายคนเห็นหัวข้อแล้วอาจจะเกิดคำถามว่า ทำไมโรคเบาหวานถึงเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ดูเหมือนจะห่างไกลกัน แต่ที่จริงแล้วมีความเกี่ยวข้องกันแทบจะแยกไม่ออก เพราะระบบภูมิคุ้มกันของเรามีหน้าที่สำคัญคือป้องกันเราจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก หากเรามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากพอ โอกาสที่เราจะเสี่ยงเป็นโรคติดต่อ หรือโรคไม่ติดต่อก็ลดน้อยลงไปด้วยครับ ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสที่ภูมิคุ้มกันตกได้ง่ายกว่าคนปกติ ปัญหาที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องเฝ้าระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ นั่นเพราะหากน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ก็อาจจะเสี่ยงที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะน้ำตาลในกระแสเลือดสูงนั่นเอง จึงทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลให้คงที่ได้ มีโอกาสที่จะมีโรคแทรกซ้อน ไม่ว่าจะติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสิ่งแปลกปลอมได้ง่ายกว่าปกติอีกด้วย นี่เลยเป็นเหตุผลที่สำคัญว่าทำไมการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานถึงมีความจำเป็นอย่างมาก โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายเซลล์อินซูลินในตับ แม้จะเป็นชนิดเบาหวานที่ไม่ได้พบเจอบ่อยเท่ากับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่กลับเป็นชนิดเบาหวานที่ค่อนข้างมีความรุนแรง และมักจะเกิดขึ้นในเด็กและวัยรุ่น ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน และหากขาดอินซูลินอาจจะทำให้เกิดภาวะหมดสติจากน้ำตาล และกรดกีโตนคั่งในเลือดได้ ที่สำคัญหากตรวจรักษาช้าอาจจะเจอภาวะแทรกซ้อนซึ่งทำให้อาการหนักและเรื้อรัง การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องส่งเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มที่ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถทำได้หลายวิธี เช่น 1. การรับประทานสารสกัดเบต้ากลูแคน นับเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้สูง เนื่องจากเบต้ากลูแคนสามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวที่ทำงานกับระบบภูมิคุ้มกันโดยตรงได้ดี บำรุงให้กลไกการสร้างภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีการศึกษาว่าเบต้ากลูแคนสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีกว่าคนที่ไม่รับประทานด้วย ทั้งยังช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล รวมไปถึงยังช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อได้ดี ที่สำคัญลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ด้วยครับ 2. เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เช่น ผักใบเขียว เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ธัญพืชที่มีประโยชน์ รวมไปถึงผลไม้ที่มีวิตามินซี […]
ทำไมการนอนหลับ ถึงส่งผลต่อภูมิคุ้มกันมากกว่าที่คิด
เชื่อว่าหลายคนที่อยู่ในช่วงกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว เลือกที่จะทำงานหนัก สามารถอดหลับอดนอนได้ถ้าได้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่า ทำให้การนอนเป็นเหตุผลสุดท้ายที่หลายคนคิดถึง แต่รู้ไหมครับว่าไม่ว่าเราจะทำงานหนักแค่ไหน ก็ควรจะมีเวลาในการพักผ่อน เพราะหากละเลยเรื่องการนอนจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำไมการนอนถึงมีผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย? ธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้มีนาฬิกาชีวิตที่สมดุล คือ มีช่วงที่ทำกิจกรรม และมีช่วงที่ต้องพักผ่อน หรือต้องได้นอน เพราะการนอนคือการชาร์จพลังงาน ให้อวัยวะและเซลล์ต่าง ๆ ได้ฟื้นฟู ซ่อมแซม รวมทั้งยังให้อวัยวะอย่างสมองและหัวใจได้พักหลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งวันด้วย การนอนเลยมีผลต่อร่างกายอย่างมาก หากหลายคนเลือกที่จะอดนอน พักผ่อนน้อย อาจจะส่งผลให้ร่างกายเครียด เกิดอาการวิตก สมาธิสั้น และส่งผลต่อการตัดสินใจหรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ อาจจะทำได้ช้าหรือตอบสนองได้ไม่ดีเท่าที่ควร สิ่งสำคัญการนอนมีผลต่อการทำงานของฮอร์โมนต่าง ๆ หากเราพักผ่อนนอนไม่พอ ฮอร์โมนที่เรียกว่าคอลติซอลจะผลิตออกมามาก ซึ่งฮอร์โมนนี้เป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด การนอนไม่พอร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณว่ามีภาวะความเครียดเลยหลั่งฮอร์โมนออกมาให้เราพยายามแก้ปัญหา เกิดเป็นความเครียดสะสม และทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องยากต่อมา และแน่นอนว่าระบบภูมิคุ้มกันก็เป็นอีกกลไกที่จะทำงานได้ดีเมื่อร่างกายของเราอยู่ในภาวะที่สมดุล หากสิ่งแปลกปลอมพยายามจะเข้ามาในช่วงที่เราอดหลับอดนอน ก็จะทำได้ง่ายกว่าปกติ เพราะร่างกายของเราอ่อนแอเป็นทุนเดิมจากความอ่อนล้า เพลีย เพราะพักผ่อนไม่พอนั่นเองครับ จะรู้ได้อย่างไรว่านอนหลับไม่เพียงพอ? การนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แม้จะมีข้อมูลว่าชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่คือช่วง 6-8 ชั่วโมง แต่ชั่วโมงการนอนในแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันให้สังเกต หากนอนหลับไม่เพียงพอจะมีอาการแบบนี้ครับ 1. ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่พร้อมทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน 2. […]










