การส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กมีวิธีการที่หลากหลาย และมีหลายส่วนที่พ่อมาอาจจะต้องโฟกัส ซึ่งพ่อแม่หลายคนก็พยายามที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่อาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักนั่นคือ “พัฒนาการด้านมองเห็น” ซึ่งการส่งเสริมให้ลูกสามารถมองเห็นได้ดีขึ้น ส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่น ๆ ด้วยนะครับ ทำไมการมองเห็นถึงสำคัญสำหรับเด็ก การพัฒนาการระบบประสาทด้านการมองเห็น จะเริ่มตั้งแต่ยังเป็นทารก โดยเด็กจะเริ่มมองเห็นได้ดีขึ้นประมาณเดือนแรกหลังจากที่คลอด และค่อย ๆ พัฒนาประสาทส่วนนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมองเห็นมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการด้านร่างกายและพัฒนาการด้านสมองอย่างมาก เพราะเมื่อเด็กสามารถมองเห็นได้ชัดเจนก็จะสามารถจดจำ แยกแยะ เปรียบเทียบขนาด ของสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างดี เช่น – ลูกมองเห็นสีของสิ่งต่าง ๆ ชัดเจน ก็จะมาสามารถจดจำอาหารที่รับประทาน ของใช้ สีเสื้อผ้า ซึ่งสีสำคัญมากในการจดจำ การจำสีได้ช่วยให้เด็กเรียนรู้และมีพัฒนาการได้ดียิ่งขึ้น – ลูกมองเห็นชัดก็จะแยกแยะได้ อย่างสิ่งที่กินได้ หรือสิ่งที่กินไม่ได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งหากลูกมองเห็นชัด การสัมผัสหรือจับถือก็จะทำให้เด็กเรียนรู้และแยกแยะได้ว่าสิ่งของคืออะไร – การมองเห็นทำให้ลูกเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น ของสิ่งไหนมีขนาดเล็กใหญ่ กว้างแคบ ได้เป็นต้น อุปสรรคในการมองเห็นของเด็กมีอะไรบ้าง? โดยส่วนมากปัญหาการมองเห็นในวัยเด็กอาจจะเกิดจากพันธุกรรม หรือการทำงานของระบบประสาทตาที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด อาจจะทำให้เด็กบางคนสายตาสั้นก่อนวัยอันควร ต้องใส่แว่นตั้งแต่เด็ก […]
“ความตั้งใจ” ของเด็กสร้างได้ พ่อแม่ควรเสริมด้วยสารอาหารที่เหมาะสม
ลูกยิ่งโตพ่อแม่ยิ่งมีความเป็นห่วงและเป็นกังวล จนอาจจะเกิดเป็นความคาดหวังในสายตาของลูก ๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหลายอย่างจากภายนอกที่ทำให้เด็กในยุคนี้มีแรงกดดันมากขึ้น ทั้งการแข่งขันสูง ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน แต่หมายถึงการใช้ชีวิตในสังคมด้วย ซึ่งอาจจะทำให้ความตั้งใจของลูกบั่นทอนได้ พ่อแม่จึงต้องเข้าใจและช่วยส่งเสริมให้ลูกอย่างถูกวิธี 1. “เข้าใจลูก” ด้วยการกระทำ การเข้าใจลูกอย่างเป็นรูปธรรม คือ การแสดงให้ลูกเห็นว่าเราเข้าใจชีวิตของเขา ไม่ต่างจากตัวเองตอนเป็นเด็ก ความต้องการของวัยเด็กจะถูกเติมเต็มได้ดีด้วยการที่พ่อแม่หมั่นแสดงความรักให้เขาได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่เหมาะสม การสัมผัส เช่น กอด ลูบหัว หรือหอมแก้ม ลูกจะสามารถรับรู้ได้และรู้สึกคลายความกังวล และได้รับพลังใจจากผู้ที่เขาสามารถวางใจได้ 2. “สร้างกำลังใจ” ด้วยคำพูดที่ลูกอยากได้ยิน คำพูดมีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับเด็ก พ่อแม่หลายคนละเลยเรื่องการใช้คำพูดกับลูกจนอาจจะเกิดเป็นบาดแผลในใจที่ติดตัวไปจนโต เพราะพ่อแม่คือผู้มีอิทธิพลต่อลูกมาก ๆ ทุกคำพูดจึงสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่จนโตเลยก็ได้ ทางที่ดี พ่อแม่ควรระมัดระวังคำพูด บางทีพ่อแม่มักคิดเอาเองว่าคำพูดไม่ได้แรง แต่ทัศนคติแบบนี้มักจะสร้างผลกระทบกับลูก เช่น ถ้าไม่ตั้งใจเรียนโตไปจะลำบาก, ทำให้มันดี ๆ หน่อย, หรือกระทั่งภาษากายอย่างถอนหายใจ คำพูดเหล่านี้นอกจากนี้ลูกจะกดดันแล้ว พวกเขายังรู้สึกผิด ความตั้งใจและความพยายามที่ทำอาจจะรู้สึกสูญเปล่าไปเลย 3. ลด “ความกดดัน” ด้วยการสื่อสาร ปัจจัยหลายอย่างที่กล่าวไปข้างต้นทำให้เด็กหลายคนกดดันโดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งเด็กก็เข้าใจว่าพ่อแม่ก็กดดันตัวเองด้วย […]
“ลูกฟันผุ” สัญญาณบอกว่าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
หนึ่งในปัญหาหนักใจที่ทำให้พ่อแม่หลายคนเป็นกังวลคือ “ลูกฟันผุ” ยิ่งในช่วงอายุที่เร็วกว่าที่ฟันแท้จะขึ้น หรือเด็กบางคนผุในฟันแท้ด้วย ซึ่งปัญหาฟันผุพ่อแม่หลายคนอาจจะละเลยไม่ได้ให้ความสำคัญมากเพราะคิดว่าไม่เป็นไร แต่จริงๆแล้วการที่ฟันผุกำลังบอกว่าลูกได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย และต่อการเจริญเติบโตของฟัน มาดุปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ลูกเกิดฟันผุ รวมถึงต้องให้ลูกได้รับสารอาหารอะไรถึงจะเพียงพอ ทำไมสาเหตุของการที่ลูกฟันผุมาจากการขาดสารอาหาร? โรคฟันผุ เกิดจากกรดที่แบคทีเรียสร้างขึ้นมาทำลายสารเคลือบฟัน โดยมีตัวเร่ง คือ อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เพราะเป็นอาหารของแบคทีเรียชั้นดี ฉะนั้นการที่ให้ลูกรับประทานอาหารชนิดนี้ในปริมาณที่มากจนเกินไปและจนเกิดฟันผุ นั่นหมายความว่าเด็กอาจจะไม่ได้รับสารอาหารอย่างอื่นอย่างเพียงพอเลยก็ได้ เพราะหากได้รับสารอาหารอื่น ๆ อย่างเพียงพอจะสามารถป้องกันโรคฟันผุได้ สารอาหารอะไรบ้างที่ป้องกันฟันผุได้ โปรตีน – มีการศึกษาว่าฟอสเฟตที่อยู่ในส่วนประกอบขอโปรตีนสามารถมีส่วนช่วยป้องกันฟันผุได้ โดยเฉพาะในเนื้อปลาซึ่งมีโปรตีนที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงยังมีฟลูออไรด์ และฟอสเฟตที่ช่วยลดการเกิดฟันผุในเด็กได้เช่นกัน ไขมัน – ในร่างกายของเด็กยังคงต้องการสารอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันในปริมาณที่เหมาะสม โดยสามารถเลือกอาหารที่มีไขมันดี เช่น ในเนื้อปลา ผัก และผลไม้บางชนิด โดยอาหารที่มีไขมันมักจะมีปริมาณแป้งและน้ำตาลที่น้อย ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการฟันผุในเด็กได้ วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น – แคลเซียม ในฟันมีแคลเซียมอยู่ประมาณร้อยละ 99 หากร่างกายขาดแคลเซียมก็จะทำให้ฟันผุได้ รวมไปถึงการพัฒนาของกระดูก และการเจริญเติบโตของร่างกายโดยรวมด้วย – ฟลูออไรด์ เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติ แต่ในยาสีฟันมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่เราสามารถใช้ได้ทุกวัน สามารถช่วยเคลือบฟัน […]










