ต้องยอมรับเลยครับว่าปัจจุบันนี้ โลกโซเชียลมีผลต่อชีวิตของเรามาก ๆ แม้ว่าเราจะมีโลกแห่งความเป็นจริงที่เราต้องใช้ชีวิตจริง ๆ ของเรา แต่โซเซียลที่คู่ขนานกับโลกจริงของเรามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตมหาศาล ซึ่งก็มีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะทำให้เรารู้จักโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้อย่างไร้ขีดจำกัด รวมไปถึงได้มองเห็นความหลากหลาย และสร้างวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตใหม่ ๆ ได้มากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าข้อเสียที่อาจจะทำให้ผู้คนป่วยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรคที่ใครก็ไม่อยากเป็นอย่างโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำไมโซเชียลมีผลมาดูเหตุผลกันครับ? ความรวดเร็วและพฤติกรรมที่พลาดไม่ได้ พฤติกรรมการใช้โซเชียลของผู้คนต้องการความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้คอนเท็นหรือเนื้อหาต้องรวดเร็ว ว่องไว ทำให้สร้างพฤติกรรมที่พลาดไม่ได้ขึ้นมา ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกว่าการรอเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้น หลายครั้งการติดตามข่าวสารเรื่องหนึ่ง ๆ จนไม่สามารถทนรอได้จนกลายเป็นความกระวนกระวายใจ หงุดหงิด เกิดภาวะทางอารมณ์ที่ยากต่อการควบคุม และแน่นอนว่าทำให้เกิดความเครียดจากการต้องเฝ้ารอหน้าจอตลอดเวลา ส่งผลต่อสุขภาพจากความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจได้ในอนาคตนะครับ เนื้อหาที่รุนแรงที่ส่งผลต่อหัวใจ ในโลกโซเชียลเราไม่สามารถควบคุมการไหลบ่าของเนื้อหาที่มากมายมหาศาลได้ แม้แพล็ตฟอร์มต่าง ๆ จะมีมาตรการในการปิดกั้นข้อมูลที่รุนแรงหรือมีความกระทบกระเทือนจิตใจผู้ใช้ แต่เนื่องจากข้อมูลที่มากมายมหาศาลก็ไม่สามารถควบคุมได้หมดนะครับ หลายครั้งทำให้เราเห็นภาพ เสียง หรือคลิปวิดีโอที่มีเนื้อรุนแรง กระทบกระเทือนจิตใจ เป็นภาพจำที่ส่งผลต่อจิตใจและร่างกายของเรา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ จะมีความอ่อนไหวต่อเรื่องที่กระทบจิตใจเป็นพิเศษ การที่ต้องเสพสื่อเหล่านี้ก็นับว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้อาการของโรคเพิ่มขึ้น และเสี่ยงที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างหัวใจวายเฉียบพลันได้ด้วย สร้างพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพ การเลียนแบบเนื้อหาจากในโลกออนไลน์หรือที่หลายคนเรียกว่าเทรนด์ ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคมในยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมักจะมีเทรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งบางเทรนด์ก็ดูไม่มีพิษภัย แต่บางเทรนด์ก็อาจจะสร้างความเสียหายให้ตัวเองและคนอื่นได้ แต่เนื้อหาที่สร้างผลกระทบในระยะยาวให้หลาย ๆ […]
“โคคิวเท็น” พลังงานสารสำคัญที่หัวใจขาดไม่ได้
เคยสงสัยไหมครับว่าอวัยวะอะไรในร่างกายที่ทำงานไม่เคยได้พัก หลายคนอาจจะตอบถูกเพราะนั่นคือ “หัวใจ” ดวงเดียวของเรานี่เอง เพราะแม้แต่ร่างกายหลับ และหัวใจลดระดับเต้นช้าที่สุด แต่มันก็ยังคงทำงานอย่างแข็งขันมาสม่ำเสมอ ร่างกายส่วนอื่น ๆ เราสามารถบำรุงและฟื้นฟูสมรรถนะได้อย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับหัวใจเราจะฟื้นบำรุงและดูแลอย่างไรให้สามารถทำงานให้กับร่างกายของเราไปได้นาน ๆ และ “โคคิวเท็น” อาจจะเป็นคำตอบนั้นครับ โคคิวเท็นคืออะไร ทำไมสำคัญกับหัวใจ? โคคิวเท็น (CoQ10) เป็นสารอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซึมมาเป็นพลังงานในเซลล์ส่วนของไมโตคอนเรีย ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย พบในทุกอวัยวะของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะสำคัญอย่าง หัวใจ ตับ ไต ปอด แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นการสร้างโคคิวเท็นก็จะลดลงเรื่อย ๆ นั่นจึงทำให้เรามีพละกำลังลดน้อยลง หรืออาจจะเสี่ยงเป็นโรคต่าง ๆ ได้นั่นเอง แต่ปัจจุบันโคคิวเท็น (CoQ10) สามารถสกัดออกมาในรูปแบบสารสกัดและวิตามิน ที่สามารถทานเป็นอาหารเสริมได้ ทั้งยังได้รับความนิยมทั่วโลกมานานแล้วด้วยครับ CoQ10 จึงเป็นแหล่งพลังงานของเรา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ต้องอาศัยพลังงานเยอะที่สุดในการหล่อเลี้ยง อย่างกล้ามเนื้อหัวใจที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีงานวิจัยมากมายจากหลายประเทศทั่วโลก พบว่าผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลวล้วนมีภาวะขาดโคคิวเท็นที่รุนแรง ซึ่งเมื่อได้รับโคคิวเทนปริมาณเพียงพอ ก็สามารถฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจอย่างได้ผล นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยเรื่องความดันโลหิตและลดคอเรสเตอรอลได้อีกด้วย เลือกโคคิวเท็นจากญี่ปุ่น มีมาตรฐาน และคุณภาพสูง CoQ10 […]
เมนูอาหารโซเดียมสูง เสี่ยงความดันเบาหวานโรคหัวใจ
หลายคนอาจจะทราบอยู่แล้วว่าอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ส่งผลร้ายต่อร่างกายมากกว่าผลดี แต่รู้ไหมว่า อาหารที่มีรสเค็มหรือมีปริมาณโซเดียมสูงนั้นก็อันตรายไม่แพ้กัน เพราะเสี่ยงให้เกิดโรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้เช่นกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น มาหาคำตอบ พร้อมวิธีดูแลตัวเองกันครับ ปัจจุบันอาหารยอดฮิตหลายชนิดมีปริมาณโซเดียมที่สูงมาก ๆ นะครับ เช่น หม้อไฟชาบูหรือสุกี้ โดยในน้ำซุปจะมีการปรุงเพื่อให้ได้รสชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรสเค็มนำ น้ำจิ้มสูตรต่าง ๆ ก็รสจัดจ้านเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ปรุงรสเพื่อเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้ในเนื้อหมู เนื้อวัว หรืออาหารทะเล ก็ยังมีการหมักมากก่อนด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เหล่านี้ก็ล้วนมีปริมาณโซเดียมที่สูงมาก ๆ ซึ่งหากรับปริมาณแบบบุฟเฟ่ต์ในหนึ่งมื้อ เราอาจจะได้รับโซเดียมถึง 10,000 มิลลิกรัมเลยทีเดียว ทั้งที่ปกติร่างกายคนเราไม่ควรบริโภคโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน เท่านั้น ทำไมทานรสเค็มถึงอันตรายต่อร่างกาย? เมื่อร่างกายได้รับเกลือหรือโซเดียมในปริมาณมาก สังเกตว่าร่างกายของเราต้องการน้ำ เราจึงกระหายน้ำมาก นั่นเพราะร่างกายพยายามขจัดโซเดียม ร่างกายของเราจะพยายามดึงน้ำออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากเราบริโภคอาหารรสเค็มจัดอยู่เสมอปฏิกิริยานี้ของร่างกายก็ยิ่งทำงานหนัก ส่งผลให้ความดันในเลือดสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการที่ร่างกายมีความดันสูงต่อเนื่อง ก็เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้มากยิ่งขึ้น และนำไปสู่โรคหัวใจได้ไม่ยากเลยครับ ทำไมทานรสเค็มถึงเสี่ยงเบาหวานได้? หลายคนเข้าใจว่าการรับประทานอาหารสหวาน เสี่ยงทำให้เป็นโรคเบาหวานหรือโรคอ้วนได้ แต่การทานรสเค็มก็เสี่ยงที่นำพาเราไปสู่โรคเบาหวานได้เช่นกัน เพราะเมื่อเราทานอาหารรสเค็ม […]










