ใครที่เคยคิดว่าภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องไกลตัว ใน 2 – 3 ปีต่อจากนี้อาจจะต้องคิดใหม่เลยครับ เพราะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” กำลังส่งผลต่อผู้คนอย่างเห็นได้ชัด และตัวเราเองจะรู้สึกอย่างมาก เพราะเกี่ยวโยงกับการใช้ชีวิต สังคมรอบตัว รวมไปถึงเรื่องสุขภาพด้วย ปรากฏการณ์เอลนีโญคืออะไร? ปรากฏการณ์นี้เกิดจากความผันผวนของสภาพอากาศ ที่ส่งผลมาจากภาวะโลกร้อนโดยตรง เพราะทำให้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างไม่ปกติ โดยมีกระแสลมมีกำลังอ่อนและเปลี่ยนทิศทางพัดจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปฟิซิกไปด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปฟิซิก ทำให้กระแสน้ำอุ่นไหล ไปยังทวีปอเมริกาใต้แทน ทำให้ฟากฝั่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียขาดฝน แห้งแล้ง กว่าที่ผ่านมา เอลนีโญส่งผลกระทบเรื่องอะไรบ้าง? ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นผลกระทบระดับมหภาค คือ ภาคส่วนระดับรัฐอาจจะต้องเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา เพราะอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วม ภัยแล้งยาวนาน ซึ่งส่งผลต่อกิจกรรมทางการเกษตรและการประมง แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่อาจจะเพิ่มมากขึ้นเพราะอาหารขาดแคลน และในระยะยาวอาจจะส่งผลต่อสุขภาพอีกด้วย เอลนีโญส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างไร? มีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลให้อาหารขาดแคลนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นอีกภูมิภาคสำคัญในการส่งออกอาหารไปให้ผู้คนทั่วโลก และเสี่ยงที่อาหารที่ส่งออกไปอาจจะได้รับการปนเปื้อน ไม่ได้มาตรฐานที่ดีเพียงพอ ซึ่งครอบคลุมไปถึงสู่อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ การผลิตนม การผลิตเครื่องดื่ม และอาจจะเกี่ยวโยงไปถึงการผลิตยาอีกด้วย เตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนผลกระทบเอลนีโญจะมาถึง 1. เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย – การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจำเป็นสำหรับความผันผวนของโลกมาก ๆ อย่างน้อยเราก็จะไม่ต้องมากังวลว่าจะเจ็บป่วยเล็กน้อย ที่สำคัญเมื่อมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็เราจะสามารถป้องกันตัวเองจากสิ่งแปลกปลอมที่ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีอะไรอีกบ้างได้ในระดับหนึ่ง […]
ความดันโลหิตสูง รับประทานสารสกัดอะไรที่ช่วยบำรุงร่างกายได้บ้าง?
ใครที่บอกว่าความดันที่สูงนั้นรักษาไม่ได้ จริงๆโรคนี้สามารถรักษาให้อยู่ในระดับที่คงที่ และไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตได้นะครับ แต่ต้องหมั่นดูแลและสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ อีกทั้งจะต้องไม่ทำพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงที่จะกระทบกับโรค อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้คือการใช้วิธีรับประทานสารสกัดต่าง ๆ เพื่อควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมกับการดูแลสุขภาพเรื่องอื่น ๆ ไปพร้อมกันด้วย สารสกัดที่แนะนำสำหรับคนที่อยากดูแลโรคความดันโลหิตสูง มีดังนี้ 1. สารสกัดจากฮอร์ธอร์น หนึ่งในสารสกัดที่มีชื่อเสียงเรื่องการควบคุมความดันโลหิต เพราะเข้าไปช่วยขยายหลอดเลือดให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น ทั้งยังลดไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือดได้ จึงทำให้ความดันในโลหิตอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยบำรุงและกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความดันโลหิตผิดปกติ และลดการทำงานหนักของหัวใจ ทำให้ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องวิตกกังวลกับโรคมาก และยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคได้อย่างปกติ 2. สารสกัดจากโคคิวเท็น โคคิวเท็นถือเป็นหนึ่งในสารสกัดที่ช่วยบำรุงและกระตุ้นการทำงานของอวัยวะสำคัญของร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง ตับ ไต ปอด ฯลฯ ซึ่งอวัยวะเหล่านี้นับเป็นอวัยวะที่สำคัญและทำงานหนักของร่างกาย โคคิวเท็นเป็นพลังงานสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานดีขึ้น ซึ่งหากอวัยวะในร่างกายทำงานดีขึ้น ความดันโลหิตที่เคยผิดปกติก็มีโอกาสที่จะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะหัวใจที่มีผลโดยตรง 3. สารสกัดจากซีตรัสออเรนเทียม สกัดจากส้มชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องช่วยการเผาผลาญ กระตุ้นระบบเมแทบอลิซึมของร่างกาย ช่วยให้ไขมันในร่างกายสามารถเผาผลาญออกไปได้ดีขึ้น ซึ่งไขมันนับเป็นอุปสรรคหนึ่งของคนเป็นโรคความดันโลหิตเช่นกัน ทั้งนี้ซีตรัสออเรนเทียมยังช่วยเรื่องคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย 4. สารสกัดจากทับทิม มีการศึกษาว่าสารสกัดจากทับทิมช่วยให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความหนาของผนังหลอดเลือด ทั้งยังช่วยลดภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันสูง ทั้งยังช่วยเรื่องการสะสมของไขมันตามหลอดเลือดต่าง ๆ […]
“ติดเค็ม” อันตรายของผู้ป่วยโรคความดันสูงและโรคหัวใจ
พูดเรื่องการรับประทานอาหารรสเค็ม หลายคนอาจจะคิดถึง “โรคไต” แต่จริง ๆ การกินอาหารรสเค็มมีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ โดยเฉพาะการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความดันโลหิตสูงและหลอดเลือด รวมไปถึงหัวใจด้วย ยิ่งเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเหล่านี้ การรับประทานอาหารรสเค็มยิ่งจะไปทำให้โรครุนแรงกว่าเดิม ทำไมการติดรสเค็มถึงอันตรายกว่าที่คิด? มีการศึกษาว่ารสอะไรที่ทำให้คนรับประทานอาหารได้มากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ (Overeating) โดยรสเค็มเป็นรสที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารมากที่สุด คือ รสเค็ม เนื่องจากรสเค็มไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารโดปามีน ซึ่งทำให้ร่างกายรู้สึกพึงพอใจ มีความสุข ทำให้เกิดความอยากอาหาร และทำให้สมองระลึกถึงรสความอร่อยที่เป็นรสเค็มได้มากกว่ารสอื่น ๆ เมื่อรับประทานอาหารรสอื่น ๆ ที่ไม่เค็มก็จะรู้สึกอาหารไม่อร่อย หงุดหงิด จึงทำให้คนที่ติดรสเค็มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำหนักขึ้นเร็วหรือโรคอ้วนได้ง่าย เนื่องจากรับประทานอาหารมากกว่าปกติเมื่อได้ทานอาหารรสเค็ม อาหารติดเค็มเสี่ยงต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จะมีความผิดปกติของค่าความดันอยู่แล้ว ซึ่งการบริโภคอาหารรสเค็มยิ่งไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะความดันไม่ปกติ เนื่องจากร่างกายจะดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อลดปริมาณเกลือลง จึงทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นหากผู้ป่วยบริโภคอาหารรสเค็มจัด ทั้งยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะช็อกจากการที่ร่างกายต้องพยายามปรับสมดุลด้วย ผู้ป่วยเปราะบางอย่างผู้อาวุโส หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่น ๆ อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ซึ่งจำเป็นอย่างมากจะต้องรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่ เพื่อให้หัวใจยังคงรักษาความสมดุลและสามารถทำหน้าที่ได้ในขณะที่รักษา แต่หากมีภาวะความดันโลหิตสูงเนื่องจากรับประทานอาหารรสเค็มอย่างต่อเนื่อง อาจจะเสี่ยงที่จะนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว หลอดเลือดในสมองแตก เพราะมีปริมาณเกลือในกระแสเลือดและร่างกายขับออกไม่ทัน สิ่งสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจคือควบคุมปริมาณเกลือหรือโซเดียมในอาหารทุกมื้อ เสริมการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจด้วยสารสกัดจากฮอร์ธอร์น สำหรับผู้ป่วยที่ดูแลสุขภาพช่วงที่เผชิญกับโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ซึ่งสองโรคนี้มีความเกี่ยวโยงกันอย่างแยกไม่ออก แนะนำรับประทานสารสกัดจากฮอร์ธอร์นเพิ่ม เพื่อบำรุงและกระตุ้นให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อหลอดเลือดขยายตัว มีความยืดหยุ่น ให้เลือดสามารถไหลเวียนได้ดี […]










