อาหารที่ไม่มัน แต่เสี่ยงไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือด

บางคนอาจจะเข้าใจผิดนะครับที่คิดว่าอาหารที่มีไขมันสูงจะต้องเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันเท่านั้น อย่างอาหารทอด หรืออาหารที่มีไขมันเยอะ ๆ แต่ที่จริงแล้วอาหารที่มีไขมันสูงที่หมายถึงคืออาหารที่ทำให้เราเสี่ยงมีไขมันในเลือดสูงต่างหาก แม้ว่าอาหารเหล่านั้นจะไม่มีน้ำมันเลยก็ตาม มาทำความรู้จักอาหารเหล่านั้นให้ดีขึ้น และรับประทานให้ถูกวิธีกันดีกว่าครับ

รู้จักกับประเภทไขมันให้ดีขึ้น

คอเลสเตอรอล มี 2 ประเภท แบ่งออกเป็น

– ไขมันดี (High Density Lipoprotein) หรือ HDL เป็นไขมันที่เปรียบเสมือนพาหนะบรรทุกไลโปโปรตีน (Lipoprotein) ที่มีความหนาแน่นสูง โดยจะขนส่งไขมันในเลือดทั่วร่างกายไปทำลายที่ตับ ไขมัน HDL จึงเป็นไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกาย ดังนั้นเมื่อร่างกายมีปริมาณไขมัน HDL สูง ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ

– ไขมันเลว (Low Density Lipoprotein) หรือ LDLเป็นไขมันที่ติดกับหลอดเลือด ทำหน้าที่ลำเลียงคอเลสเตอรอลทั้งหลายออกจากตับเข้าสู่กระแสเลือดในร่างกาย หากไขมันเลวเหลืออยู่ในกระแสเลือดก็จะสะสมเป็นตุ่มเกาะอยู่ตามผนังของหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันได้

ไตรกลีเซอไรด์ คือ ไขมันชนิดหนึ่ง ปกติร่างกายสามารถสังเคราะห์ไตรกลีเซอร์ไรด์ได้เองจากตับหรือการรับประทานอาหารต่าง ๆ แต่การรับประทานอาหารที่ประเภทไขมันในปริมาณมาก ๆ จะทำให้ค่าไตรกลีเซอร์ไรด์สูง เพราะร่างกายสร้างไตรกกลีเซอไรด์แล้วขับเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป ไตรกลีเซอไรด์ควรมีไม่เกินอย่างละ 200 mg/dl

อาหารไม่มัน แต่เสี่ยงทำให้ไขมันในเลือดสูง

– อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต

อย่าง ข้าว เส้นต่าง ๆ แม้กระทั่งเส้นบุกหรือวุ้นเส้น ถ้ารับประทานในปริมาณมากก็ไม่ต่างจากกินทานข้าวเลยล่ะครับ อาหารจำพวกนี้เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง เนื่องจากร่างกายจะเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลนั่นทำให้ถ้าเราได้รับพลังงานมากและใช้ไม่หมด ก็จะทำให้สะสมเป็นไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั่นเอง ฉะนั้นในแต่ละวันไม่ควรรับประทานข้าวหรือแป้งมากจนเกินไป

– ผลไม้รสหวาน

ผลไม้มีประโยชน์โดยเฉพาะในเรื่องของวิตามินและกากใย แต่ผลไม้หลายชนิดก็มีน้ำตาลเยอะมาก เช่น กล้วยน้ำว้า ลิ้นจี่ มะม่วงสุก ทุเรียน สับปะรด ฯลฯ ซึ่งการบริโภคปริมาณมากก็จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็นได้เช่นกัน

–  เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

เช่น น้ำอัดลม น้ำชงประเภทต่าง ๆ ชานมไขมุกยอดฮิต นอกจากจะมีส่วนผสมของนมและน้ำตาลแล้ว ก็ยังได้รับพลังงานจากไขมุกที่มีส่วนผสมของแป้งด้วย อาจจะให้พลังงานสูงถึงแก้วละ 200 – 500 แคลอรีเลยก็ได้นะ ฉะนั้นควรนาน ๆ รับประทานให้ชื่นใจสักทีก็พอครับ

– บุฟเฟ่ต์

พอเราได้ยินชื่อบุฟเฟ่ต์แล้ว เป้าหมายของเราคือการทานให้ได้ปริมาณมากที่สุดเพื่อให้คุ้ม แต่รู้หรือไม่ว่าการทานบุฟเฟ่ต์ทุกครั้งจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณอาหารมากจนเกินไป และได้รับสารอาหารที่เกินพอดีในแต่ละวันด้วย ฉะนั้นการรับประทานอาหารแนวนี้ควรจะนาน ๆ ทานครั้งจะดีกว่า

– ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ

แม้ว่าขนมแห้งจะดูไม่มีน้ำมัน แต่ผ่านกระบวนการทอด การปรุงรสมาแล้ว ฉะนั้นไม่ควรทานในปริมาณมาก ควรแบ่งทานจะดีกว่าครับ

นอกจากการเลือกทานอาหารและการควบคุมปริมาณอาหารแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยคือการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นการเผาผลาญพลังงานได้ดีที่สุด ให้สิ่งที่เราทานเข้าไปถูกนำไปใช้ทุกส่วนของร่างกาย ที่สำคัญการออกกำลังกายยังช่วยลดความเครียด ผ่อนคลาย ซึ่งปัจจัยนี้ก็ทำให้การเผาผลาญพลังงานทำได้ดียิ่งขึ้นด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวช่วยการดูแลไขมันในร่างกาย คือ การรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของฮอร์ธอร์น เพราะมีส่วนช่วยเรื่องการเผาผลาญ และสามารถให้พลังงานกับกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้อวัยวะสำคัญอย่างหัวใจ ตับ ไต ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยทำให้ไขมันในร่างกายของเรามีความสมดุลได้มากยิ่งขึ้น ป้องกันการเกิดการอุดตันในเเส้นเลือด ลดปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ และเหมาะกับคนที่ควบคุมน้ำหนัก

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

TOP