เครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล ยิ่งกินยิ่งเสี่ยงเบาหวานและโรคหัวใจ

ไม่มีน้ำตาล

ใครชอบดื่มเครื่องดื่มแบบไม่มีน้ำตาล หรือ No Sugar กันบ้างครับ? นั่นเพราะหลาย ๆ คนเข้าใจคำโฆษณาว่าการดื่มเครื่องดื่ม No Sugar จะไม่ทำให้อ้วน หรือไม่ส่งผลต่ออินซูลินในร่างกาย แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ WHO และองค์กรด้านสุขภาพของประเทศไทยก็ได้ออกมาเตือนแล้วว่าการดื่มเครื่องดื่ม No Sugar นั้นก็สามารถทำให้อ้วน แถมยังเสี่ยงเป็นเบาหวานได้ไม่ต่างจากการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเลยด้วย !

 

ทำไมการดื่มเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาล ถึงทำให้อ้วนได้?

สารให้ความหวานแทนน้ำตาลคิดค้นมาเพื่อให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือโรคเมตาบอลิก ซินโดรม (Metabolic syndrome) สามารถรับประทานอาหารรสหวานได้โดยไม่เสี่ยงที่จะน้ำตาลขึ้น เพราะเป็นสารที่ให้ความรู้สึกหวานแต่ร่างกายจะไม่ได้รับน้ำตาลเข้าไปเป็นพลังงานของร่างกาย จึงนิยมใช้แพร่หลายและต่อเนื่องทั้งยังได้รับการรองรับจากสถาบันต่าง ๆ แต่ต่อมาก็มีการติดตามภาวะสุขภาพของผู้คนเพราะมีโรคที่ไม่สามารถอธิบายการเกิดได้มากขึ้น เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจตีบตัน ซึ่งการศึกษาจากหลาย ๆ สถาบันก็พบสารชนิดหนึ่งที่พบในสารให้ความหวาน และพบว่ามันอยู่ในอาหารในปริมาณที่มากกว่าน้ำตาลที่ร่างกายต้องการต่อวัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้ผู้คนป่วย แม้จะมีประวัติการดูแลสุขภาพมาอย่างดีก็ตาม

 

การดื่มน้ำอัดลมที่ใส่สารให้ความหวาน

เมื่อรับประทานกับอาหารปกติจะส่งผลให้ระดับอินซูลินในเลือดสูงกว่าน้ำเปล่า เพราะน้ำตาลเทียมสามารถหลอกลิ้นได้ว่าหวาน แต่สมองกลับต้องการน้ำตาลจริง ๆ จึงกระตุ้นให้อยากกินน้ำตาลเพิ่มจนกว่าจะหายอยาก และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลายคนลดน้ำหนักไม่ได้ อ้วนขึ้น แม้จะควบคุมปริมาณอาหารและออกกำลังกายก็ตาม ที่สำคัญอาจจะส่งผลให้เราอยากทานอาหารเพื่อลดความอยากน้ำตาลเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

การบริโภคเครื่องดื่ม No Sugar อาจจะทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้มากขึ้น

นักวิทยาศาสตร์พบว่าคนที่บริโภคเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรืออาหารที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นประจำ เสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าคนที่ไม่บริโภคเลยถึง 9% และเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้น 18% ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงอย่างอื่น เช่น การสูบบุหรี่ อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ฯลฯ

 

สำหรับคนที่กังวลว่าสารให้ความหวานเสี่ยงต่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้อาจจะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด แต่เพื่อลดความเสี่ยงของสุขภาพของเรา ก็ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม หรือเลือกเป็นเครื่องดื่มทางเลือกประเภทอื่นที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงรับประทานสารสกัดที่บำรุงและดูแลหัวใจอย่างฮอร์ธอร์นและโคคิวเท็น เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีอายุ หรือป่วยก่อน การเริ่มดูแลสุขภาพของเราตั้งแต่ตอนนี้ถือเป็นการวางแผนที่คุ้มค่าต่ออนาคตแน่นอนครับ

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

TOP